ข่าวสารกิจกรรมสังคม
16 ต.ค. 2563
ราช กรุ๊ป ปลุกเยาวชนตระหนักภัยโลกร้อน หนุนเพาะ “กล้าไม้” เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก
แชร์ไปยัง :

ข่าวภัยพิบัติธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในทุกมุมโลกปรากฏผ่านสายตาถี่ขึ้น “เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา?” เป็นคำถามที่เริ่มดังขึ้นพร้อมกับความตระหนกของผู้คน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change และโลกร้อน เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยขึ้น และชี้ชัดว่าเป็นต้นเหตุของภัยธรรมชาติ และโรคระบาด ซึ่งรวมถึงโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่กระจายคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก็เป็นผลจากการกระทำหรือกิจกรรมของเราทุกคนที่ทำกันอยู่ทุกวันนั่นเอง

วันนี้ ทุกประเทศในโลกต่างพยายามหาหนทางและทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งไม่ให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียส เพราะนั่นหมายถึงภัยธรรมชาติ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม พายุ โรคระบาด จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าปัจจุบัน การส่งเสริมและรณรงค์ลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการบริโภคที่สร้างขยะ เร่งการพัฒนาพลังงานทดแทนที่มาจากธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม มากขึ้น ตลอดจนการฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อน ให้ได้มากขึ้น

“บ้านหนูเคยโดนดินสไลด์ทับลงมาใส่บ้าน เพราะตรงแถวนั้นไม่ค่อยมีต้นไม้” น้องอีฟ ด.ญ.พรชนก ลิ้มโผ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ (สร้อยประชาสรรค์) หนึ่งในเยาวชน ที่เข้าร่วมกิจกรรม “ค่ายเยาวชนกล้ายิ้ม” ของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกเล่าฝันร้ายในวัยเยาว์ที่ยังคงแจ่มชัดทุกครั้ง แต่ความ “ตระหนก” ได้แปรเปลี่ยนเป็นความ “ตระหนัก” และผลักดันให้น้องสนใจและเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาป่าไม้ เพราะป่าเป็นเสมือนหลังคาและปราการที่ช่วยสกัดความรุนแรงของพายุฝนและน้ำป่า อีกทั้งยังช่วยโอบอุ้มน้ำสร้างความชุ่มชื่นให้ผืนดินและเป็นแหล่งน้ำที่มนุษยชาติใช้อุปโภค บริโภค และใช้ทำการเกษตรกรรม

นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักดีถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จึงได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นที่ “การปลูกป่าในใจคน” ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักและปลุกจิตสำนึกให้ชุมชนและสังคม โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2551 บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรม “ค่ายเยาวชนกล้ายิ้ม” ด้วยการนำเยาวชนอายุตั้งแต่ 13-15 ปี ของชุมชนที่ดูแลป่าในแต่ละภูมิภาคมาร่วมกิจกรรม ซึ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจคุณค่าและประโยชน์ของป่าไม้ การพึ่งพาอาศัยของคนกับป่า ความเชื่อมโยงระหว่างป่า น้ำ ดิน การดูแลปกป้องรักษาป่าไม้ รวมทั้งการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งในรูปแบบของการบรรยาย การสร้างเสริมประสบการณ์ และการระดมความคิด สำหรับค่ายเยาวชนกล้ายิ้มปีนี้ ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เยาวชนรักษ์พันธุ์ไม้ รักษ์น้ำ รักษ์สิ่งแวดล้อม” ที่โรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ (สร้อยประชาสรรค์) จ.ฉะเชิงเทรา

“เนื่องจากปีนี้ประเทศเราประสบปัญหาภัยแล้ง เนื้อหาของกิจกรรมจึงมุ่งให้เยาวชนรู้และเข้าใจว่าน้ำมาจากป่า น้ำกับป่าจึงมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ถ้าป่าถูกทำลาย นอกจากน้ำน้อยลงแล้ว ยังทำให้อากาศของโลกร้อนขึ้นด้วย เพราะต้นไม้เป็นตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้แล้วคายอ๊อกซิเจนที่มนุษย์ต้องการ ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น เพื่อลดปัญหาภัยแล้งและโลกร้อน ซึ่งในกิจกรรมก็ได้สอนให้น้องๆ รู้จักเมล็ดพันธุ์ไม้ต่างๆ สอนวิธีเพาะเมล็ด และเพาะชำกล้าไม้ ผลที่ได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ เพราะน้องๆ รวมทั้งคณาจารย์ให้การตอบรับเป็นอย่างดีและเห็นว่าการเพาะกล้าไม้นั้นเป็นประโยชน์ไม่เพียงมิติสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายผลในมิติเศรษฐกิจทั้งของตนเอง โรงเรียน และชุมชนด้วย” นางบุญทิวา กล่าว

สำหรับเยาวชน 30 คน จากโรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ (สร้อยประชาสรรค์) ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายเยาวชนกล้ายิ้มปีนี้ ได้ใช้กระบวนการเรียนรู้ทั้งการบรรยายและกิจกรรมฐานในการสร้างเสริมความรู้เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน ภาวะเรือนกระจกและผลกระทบ การปลูกป่ากับการกักเก็บน้ำใต้ดิน และการเพาะเมล็ดพันธุ์และการลงเบี้ยไม้ ซึ่งกรมป่าไม้ได้เข้ามาถ่ายทอดเทคนิคตั้งแต่การหว่านเมล็ดในแปลงเพาะพันธุ์ การกรอกดินลงถุง การย้ายเบี้ยไม้ (ต้นอ่อนของต้นไม้) อย่างถูกวิธี รวมทั้งการจัดทำเรือนเพาะชำที่เหมาะต่อการดูแลรักษาและเพิ่มอัตราการรอดของพันธุ์ไม้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมโรงเรือนเพาะชำขนาด 160 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งระบบรดน้ำสำหรับเป็นที่ฝึกปฏิบัติเพาะกล้าไม้ ซึ่งทั้งเยาวชนและคณาจารย์ของโรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ (สร้อยประชาสรรค์) ได้ร่วมกันเพาะกล้าไม้ได้รวม 30,000 ต้น สำหรับกล้าไม้ดังกล่าวโรงเรียนได้จัดสรรจำนวนหนึ่งปลูกภายในบริเวณโรงเรียน อีกส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ในกิจกรรม “ปันกันปลูก” คือมอบให้กับผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนเพื่อนำไปปลูกภายในบ้านและในชุมชน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวของตำบลปากน้ำให้มากขึ้น

น้องอีฟ ด.ญ.พรชนก เล่าให้ฟังว่า “กิจกรรมวันนี้ หนูชอบฐานการปลูกป่ากับน้ำใต้ดิน เพราะได้เรียนรู้การปลูกต้นไม้เพื่อกักเก็บน้ำอย่างถูกวิธี และยังช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดินด้วย บ้านหนูเคยโดนดินสไลด์เพราะไม่มีต้นไม้เป็นกำแพงกั้นให้ และไม่อยากให้ใครต้องพบเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกับหนู ความรู้ที่ได้จากค่ายเยาวชนครั้งนี้ทำให้หนูเห็นว่าต้นไม้หรือป่าไม้สำคัญกับชีวิตเราทุกคนและเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ทำให้สนใจอยากปลูกต้นไม้แถวๆ บ้านเพิ่มขึ้น เริ่มจากอะไรที่ปลูกง่ายหรือเราชอบก่อน เช่น พวกไม้ดอก ไม้ประดับ”

ด้านนายใย ยศยิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ (สร้อยประชาสรรค์) ที่เข้าร่วมสังเกตุการณ์ตลอดกิจกรรมครั้งนี้ เปิดเผยว่า โรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ได้บรรจุหลักสูตรท้องถิ่นสัดส่วน 30% เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่นักเรียนได้ค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในของตนเองนอกเหนือจากการเรียนหลักสูตรปกติ ซึ่งการที่นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกการเพาะกล้าไม้สอดคล้องกับหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนและบริบทชุมชนที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นักเรียนสามารถนำความรู้การเพาะพันธุ์ไม้ที่อบรมจากค่ายเยาวชนกล้ายิ้มไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ส่วนผู้ปกครองก็สามารถนำกล้าไม้ที่เด็กเพาะไว้ในโรงเรียนไปปลูกเสริมในพื้นที่ของตนเองได้ นับเป็นการสร้างเครือข่ายที่เหนียวแน่นระหว่างโรงเรียนและชุมชนอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากน้ำโจ้โล้ (สร้อยประชาสรรค์) ยังมีความคิดที่จะขยายผลด้วยการรวบรวมและเพาะพันธุ์พืชท้องถิ่น ไม้มีค่า จำหน่ายจ่ายแจกให้ชุมชนที่สนใจนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นปอดของประเทศ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นงานสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ) ซึ่งบริษัทฯได้เข้าเป็นสมาชิกแล้ว

นับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จัดค่ายเยาวชนกล้ายิ้มไปแล้ว 26 รุ่น และสร้างเยาวชนคนรักษ์ป่าเกือบ 2,000 คนทั่วประเทศ บริษัทฯ ยังคงแน่วแน่ในแนวทางการปลูกป่าในใจคน เพื่อสร้างพลังเยาวชนที่ตระหนักและรักป่า และเป็นกำลังที่ช่วยให้โลกของเราไม่ร้อนและน่าอยู่ต่อไป

แชร์ไปยัง :
ย้อนกลับ
ข่าวสารล่าสุด
ข่าวสารกิจกรรมสังคม
ราช กรุ๊ป สนับสนุนพนักงานร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน และปรับปรุงพื้นที่โรงเรียนบ้านหนองตะกู นครราชสีมา
16 มี.ค. 2569
ข่าวสารกิจกรรมสังคม
กรมป่าไม้–ราช กรุ๊ป สานพลังรักษ์ป่า เดินหน้าโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ปีที่ 18 สู่เป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ
กรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สานต่อโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ตอกย้ำความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้
21 พ.ย. 2568
ข่าวสารกิจกรรมสังคม
ราช กรุ๊ป และมูลนิธิราชกรุ๊ป ส่งมอบสิ่งของบำรุงขวัญและความช่วยเหลือ แด่ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22
01 ก.ย. 2568